Samsung Galaxy S20 และ S20+

  • By admin
  • พฤศจิกายน 14, 2020
  • 0
  • 22 Views
Samsung Galaxy S20 และ S20+

Samsung Galaxy S20 และ S20+

มาถึงมือถือจากค่ายใหญ่อย่าง Samsung ที่มีการปล่อยมือถือในซีรีย์ Galaxy อีกหนึ่งตัวคือ Samsung Galaxy S20 series ซึ่งเพิ่งเปิดตัวเมื่อต้นปี 2020 นี่เอง ซึ่งมีเปิดตัวออกมาหลายรุ่น ในวันนี้เราจะมาพูดถึง 2 รุ่นด้วยกันคือ S20 และ S20+ ในราคา 28,000 และ 31,000 บาท ตามลำดับ ในราคาที่แตกต่างกัน 3,000 บาทนี้ มาดูกันว่ามีอะไรที่ต่างกันบ้างระหว่างสองรุ่นนี้

Samsung Galaxy S20 และ S20+

เริ่มจากส่วนของดีไซน์ของทั้งสองรุ่นนี้หน้าตานับว่าแทบจะเหมือนกันเลยทีเดียวด้วยหน้าจอแบบเต็มจอตัวหน้าจอและฝาด้านหลังเป็นกระจก Grollia Glass 6 กล้องหน้าฝังด้านในที่มีขนาดเล็กและกล้องหลังสีดำ หน้าจอของ Galaxy S20+ มีขนาดใหญ่กว่ารุ่น S20 อยู่เล็กน้อย โดยมีขนาดอยู่ที่ 6.7 นิ้ว ในขณะที่ 20S อยู่ที่ 6.2 นิ้ว สำหรับตัวหน้าจอของทั้งสองรุ่นเป็น Infinity-O-Dynamic AMOLED ความละเอียด 1440 x 3200 พิกเซล รองรับ HDR10+ ทำให้หน้าจอการแสดงผลของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้มีความโดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Dynamic AMOLED ซึ่งเป็นเม็ดพิกเซลที่สามารถเปิดหรือปิดเพื่อปรับความสว่างได้เอง จึงทำให้ภาพที่แสดงออกมามีการไล่ระดับสีได้อย่างมีมิติ โดยเฉพาะภาพที่มีฉากสีดำ หรือฉากกลางคืน ด้วยเทคโนโลยีนี้จะทำให้รายละเอียดของภาพยังคงอยู่แม้ถ่ายในช่วงเวลากลางคืน ทั้งนี้ อีกหนึ่งอย่างที่แตกต่างจาก Galaxy รุ่นก่อนคืออัตราการรีเฟรชหน้าจอแสดงผลที่เพิ่มขึ้นจาก 60 Hz เป็น 120 Hz

Samsung Galaxy S20 และ S20+

ภายในเครื่องมาพร้อม CPU ที่ใหม่ขึ้นอย่าง Exynos 990 และการประมวลผลกราฟิก (GPU) ที่เป็น Mali-G77 MP11 ซึ่งเป็น GPU รุ่นล่าสุดของ ARM มาพร้อม RAM 8/12 GB ROM เริ่มต้น 128 GB ซึ่งรุ่น S20+ จะมีเพิ่มขึ้นอีกคือ 256 และ 512 GB UFS 3.0 ซึ่งเป็นตัวใหม่ที่สามารถถ่ายโอนข้อมูลได้เร็วกว่า มีความเร็วในการอ่านข้อมูลสูง เร็วกว่า microSD ถึง 20 เท่า พร้อมด้วยความเร็วในการเขียนสูงสุดสูงสุด 410MB / s ด้วยความเร็วเท่านี้ทำให้สามาร์ทโฟนที่คุณใช้อยู่เร็วขึ้นทั้งในขณะที่โหลดแอพลิเคชันการใช้งานกล้องรวมไปถึงการเล่นเกมหรือวิดิโอต่างๆด้วย

มาพร้อมแบตเตอรี่ที่อึดขึ้นกว่ารุ่นก่อนสำหรับตัว S20 อยู่ที่ 4000 mAh และ 4500 mAh สำหรับรุ่นพลัส ทั้งคู่รองรับเทคโนโลยี fast charging และการใช้ชาร์จไร้สาย และระบบปฏิบัติการ Android 10 (One UI 2.0) ที่ให้มาพร้อมเครื่อง ไม่ต้องทำการอัพเดตเพิ่มเติมเลย ส่วนความสามารถอื่น ๆ ยังคงไม่แตกต่างจากรุ่น S10 ที่ปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ไม่มากนัก คือรองรับระแบบแสกนใบหน้าและระบบแสกนลายนิ้วมือฝังใต้จอ เทคโนโลยีการกันฝุ่น IP68 และระบบเสียง Dolby Atmos

อีกฟังก์ชันการใช้งานที่สำคัญที่หลายคนมักใช้เป็นเกณฑ์ในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนก็คือกล้องถ่ายรูปซึ่งไฮไลท์ของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ที่กล้องหลังมาพร้อมกับระบบกันสั่น Dual OIS ซึ่งเป็นรระบบกันสั่นที่ทำงานด้วยฮาร์ดแวร์ จะทำงานได้ดีกว่าระบบการกันสั่นแบบเดิม หรือ EIS ที่ทำงานด้วยระบบซอฟต์แวร์ที่อาจทำให้ภาพสูญเสียรายละเอียดไปได้บ้าง ซึ่งกล้องหลังของ S20+ จะใส่เลนส์มาให้ถึง 4 ตัวคือ

• wide ความละเอียด 12 MP ค่ารูรับแสง f/1.2

• ultrawide ความละเอียด 12 MP ค่ารูรับแสง f/2.2

• telephoto ความละเอียด 64 MP ค่ารูรับแสง f/2.0

• DepthVision 2 MP

ซึ่งความสามารถของตัว DepthVision หรือ TOF นี้ จะเป็นตัวช่วยสำคัญในการวัดระยะให้กล้อง ทำให้สามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้สวยและแม่นยำมากขึ้น ส่วนรุ่น S20 ก็เลนส์มา 3 เลนส์ ซึ่งจะเหมือนกันตัวพลัสเลย แตกต่างกันเพียงแค่ไม่มี DepthVision เท่านั้นเอง ถ่ายวิดิโอความละเอียดสูงสุด 8K ที่ 30 fps ส่วนกล้องหน้ายังคงเป็นเลนส์ความละเอียด 10 MP แต่เพิ่มค่ารูรับแสงเป็น f/2.2 ถ่ายวิดิโอความละเอียดสูงสุด 4K ที่ 60 fps ใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนที่ความเร็วลื่นไหลในราคาที่ไม่สูงมากก็สามารถไปทดลองเล่นกันได้เลย

Huawei Y9 Prime 2019